เช้าวันธรรมดาวันหนึ่ง แปรงฟันเสร็จ บ้วนน้ำลงอ่าง แล้วเห็นสีชมพูจาง ๆ ปนออกมา ครั้งแรกอาจคิดว่าแปรงแรงไปหน่อย พอเป็นอีกสองสามวันก็เริ่มเลี่ยงแปรงตรงซี่นั้น เพราะกลัวเลือดออกอีก บางคนสังเกตต่อว่าขอบเหงือกดูแดงกว่าเดิม หรือมีกลิ่นปากที่แปรงแล้วก็ไม่หาย
อาการแบบนี้ส่วนใหญ่คือ เหงือกอักเสบ (Gingivitis) การอักเสบของเหงือกที่เกิดจากคราบจุลินทรีย์สะสมตามขอบเหงือก ข่าวดีคือมันเป็นระยะแรกของโรคเหงือกที่ยังย้อนกลับได้ ถ้าดูแลถูกวิธี เหงือกกลับมาแข็งแรงได้ แต่ถ้าปล่อยไว้นาน มันลามไปเป็นโรคที่ทำให้ฟันโยกได้เหมือนกัน
บทความนี้จะชวนเช็กอาการไปทีละข้อ ดูว่าต้นเหตุจริง ๆ มาจากอะไร ทำไมบางช่วงชีวิตถึงเสี่ยงกว่า ดูแลเองที่บ้านได้แค่ไหน และสัญญาณแบบไหนที่ไม่ควรรอ ต้องไปหาหมอฟันเลย
เลือดออกตอนแปรงฟัน ไม่ใช่สัญญาณให้หยุดแปรง แต่เป็นสัญญาณให้แปรงให้ถูก
ไม่ควรหยุดแปรง เลือดที่ออกตอนแปรงฟันเป็นสัญญาณว่าเหงือกตรงนั้นมีคราบจุลินทรีย์สะสมจนอักเสบ วิธีแก้คือแปรงตรงนั้นให้สะอาดขึ้นอย่างเบามือ ไม่ใช่เลี่ยง ทั้ง NHS ของอังกฤษและ CDC ของสหรัฐฯ แนะนำตรงกันว่าให้แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง และทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน แม้เหงือกจะมีเลือดออกก็ตาม
ทำไมยิ่งเลี่ยงจุดที่เลือดออก เหงือกยิ่งอักเสบหนัก
ลองนึกภาพแบบนี้ เลือดออกเพราะเหงือกอักเสบ เหงือกอักเสบเพราะมีคราบพลัค (Plaque) เกาะอยู่ พอเราเลี่ยงแปรงตรงนั้น คราบก็ยิ่งสะสม เหงือกก็ยิ่งบวม และเลือดก็ยิ่งออกง่ายขึ้นอีก กลายเป็นวงจรที่วนอยู่ที่เดิม
งานวิจัยคลาสสิกเรื่อง Experimental Gingivitis in Man ที่ตีพิมพ์ใน Journal of Periodontology ปี 1965 เคยทดลองให้คนที่เหงือกปกติหยุดทำความสะอาดช่องปาก ผลคือเหงือกเริ่มอักเสบภายในราว 10 ถึง 21 วัน และเมื่อกลับมาทำความสะอาดตามปกติ เหงือกก็กลับมาแข็งแรงภายในประมาณ 1 สัปดาห์ เรื่องนี้บอกเราว่าตัวการหลักคือคราบที่ไม่ถูกเอาออก ไม่ใช่การแปรงฟัน
เลือดออกแบบไหนเป็นเรื่องปกติช่วงแรก และแบบไหนผิดปกติ
ช่วงไม่กี่วันแรกที่เพิ่งเริ่มแปรงซอกฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน เลือดออกเล็กน้อยถือว่าพบได้ และควรลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเหงือกหายอักเสบ แต่ถ้าแปรงด้วยแปรงขนนุ่มอย่างเบามือแล้วเลือดยังออกมากขึ้น ออกเองโดยไม่ได้แปรง หรือไม่ดีขึ้นเลยหลังดูแลต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ นั่นคือสัญญาณให้ไปให้ทันตแพทย์ตรวจ
เช็ก 5 สัญญาณเหงือกอักเสบ ที่เห็นได้เองหน้ากระจก
เหงือกอักเสบระยะแรกมักไม่เจ็บมาก นี่คือเหตุผลที่หลายคนปล่อยไว้โดยไม่รู้ตัว ลองยืนหน้ากระจกในที่สว่าง ยิ้มกว้าง ๆ แล้วเช็ก 5 ข้อนี้
1. เหงือกบวมแดง ขอบเหงือกไม่แนบฟัน
เหงือกปกติจะมีสีชมพูอ่อน ขอบเหงือกบางและแนบไปกับฟัน ส่วนเหงือกที่อักเสบจะออกสีแดงหรือแดงคล้ำ ขอบเหงือกหนาและดูบวมพอง บางครั้งเห็นชัดที่สุดตรงสามเหลี่ยมเล็ก ๆ ระหว่างซอกฟัน
2. เลือดออกง่ายตอนแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน
เป็นสัญญาณที่เจอบ่อยที่สุด บางคนเห็นเลือดติดแปรงสีฟัน บางคนเห็นตอนกัดแอปเปิลหรืออาหารแข็ง ๆ ถ้าเกิดขึ้นซ้ำที่จุดเดิม แปลว่าจุดนั้นมีคราบสะสมอยู่
3. กลิ่นปากที่แปรงแล้วไม่หาย
แบคทีเรียในคราบพลัคตามขอบเหงือกปล่อยสารที่มีกลิ่นออกมา การเคี้ยวหมากฝรั่งหรือพ่นสเปรย์ช่วยกลบได้แค่ชั่วคราว ถ้ากลิ่นปากกลับมาเร็วทั้งที่เพิ่งแปรงฟัน ลองดูที่เหงือกด้วย
4. เหงือกเจ็บหรือกดแล้วเจ็บ
อาจรู้สึกระบม เสียวเวลาแปรง หรือเจ็บเวลากดเบา ๆ แต่ส่วนใหญ่เจ็บไม่มากพอให้รู้สึกว่าต้องรีบรักษา ความเจ็บที่ไม่มากนี่เองที่ทำให้คนมองข้าม
5. เหงือกบวมเฉพาะจุด
บางคนบวมเป็นจุด ๆ โดยเฉพาะตรงที่แปรงถึงยาก เช่น ฟันกรามซี่ในสุด รอบฟันคุดที่ขึ้นไม่เต็มซี่ หรือรอบเหล็กจัดฟัน จุดเหล่านี้เป็นที่ที่คราบหลบซ่อนได้ง่ายที่สุด
| จุดที่ดู | เหงือกปกติ | เหงือกอักเสบ |
|---|---|---|
| สี | ชมพูอ่อน | แดง หรือแดงคล้ำ |
| รูปร่าง | ขอบบาง แนบฟัน | ขอบหนา บวมพอง |
| เลือด | ไม่ออกเวลาแปรงเบา ๆ | ออกง่ายเวลาแปรงหรือใช้ไหมขัดฟัน |
| ความรู้สึก | ไม่เจ็บ | ระบม หรือกดแล้วเจ็บเล็กน้อย |
| กลิ่น | ปกติ | มีกลิ่นปากที่กลับมาเร็ว |
เหงือกอักเสบกับปริทันต์อักเสบ (โรครำมะนาด) ต่างกันตรงไหน
เหงือกอักเสบคือการอักเสบที่ยังอยู่แค่เนื้อเหงือก และย้อนกลับได้ ส่วนปริทันต์อักเสบ (Periodontitis) หรือที่คนไทยเรียกว่าโรครำมะนาด คือการอักเสบที่ลามลงไปทำลายกระดูกและเนื้อเยื่อที่ยึดฟัน ซึ่งย้อนกลับไม่ได้ CDC อธิบายว่าปริทันต์อักเสบรักษาให้หายขาดไม่ได้ ทำได้แค่ชะลอและควบคุมด้วยการรักษาจากทันตแพทย์
ถ้าเทียบให้เห็นภาพ เหงือกอักเสบเหมือนสัญญาณไฟเหลือง ยังมีเวลาเบรก แต่ปริทันต์อักเสบคือไฟแดงที่รถเลยเส้นไปแล้ว
สัญญาณว่าเริ่มลามไปถึงขั้นปริทันต์
- เหงือกร่น ฟันดูยาวขึ้น หรือเห็นรากฟันโผล่
- ฟันโยก หรือฟันห่างขึ้น สบฟันแล้วรู้สึกว่าฟันเปลี่ยนตำแหน่ง
- มีหนองตามขอบเหงือก หรือมีรสชาติแปลก ๆ ในปากตลอด
- กลิ่นปากรุนแรงและเรื้อรัง แม้ดูแลความสะอาดดีแล้ว
ถ้าเจอข้อใดข้อหนึ่งในกลุ่มนี้ ไม่ต้องรอดูแลเองที่บ้าน ให้ไปพบทันตแพทย์เลย
ไม่ใช่แค่แปรงฟันไม่สะอาด ต้นเหตุเหงือกอักเสบที่หลายคนมองข้าม
คำตอบสั้น ๆ ว่าเหงือกอักเสบเกิดจากอะไร คือคราบจุลินทรีย์ แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ทำไมบางคนแปรงฟันทุกวันแล้วยังเป็น คำตอบอยู่ในปัจจัยรอบตัวที่หลายคนไม่ได้นึกถึง
คราบจุลินทรีย์และหินปูน ต้นเหตุหลักที่แปรงอย่างเดียวเอาไม่ออก
คราบพลัคเป็นแผ่นเหนียวใสที่เกาะฟันตลอดเวลา ถ้าไม่ถูกแปรงออก มันจะแข็งตัวเป็น หินปูน (Tartar หรือ Calculus) ภายในไม่กี่วัน หินปูนเกาะแน่นจนแปรงสีฟันเอาออกไม่ได้ และเป็นที่ให้คราบใหม่มาเกาะเพิ่มได้ง่าย ถ้ามีหินปูนแล้ว ต้องให้ทันตแพทย์ขูดออกเท่านั้น
พฤติกรรมที่ทำให้คราบหลุดรอด
- แปรงแรงแต่แปรงไม่ทั่ว หลายคนแปรงแรงเพราะคิดว่าสะอาดกว่า แต่กลับแปรงไม่ถึงขอบเหงือกและซอกฟัน
- ไม่ทำความสะอาดซอกฟัน แปรงสีฟันเข้าไม่ถึงซอกฟัน ซึ่งเป็นจุดที่เหงือกอักเสบเริ่มบ่อยที่สุด
- สูบบุหรี่ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเหงือก และทำให้เลือดออกน้อยลง จนอาการถูกซ่อนไว้
ร่างกายที่อ่อนล้า เครียด และขาดวิตามินซี
CDC ระบุว่าความเครียดและภาวะโภชนาการที่ไม่ดีเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเหงือก ส่วนการขาดวิตามินซีรุนแรงทำให้เหงือกบวมและเลือดออกง่าย เพราะร่างกายใช้วิตามินซีสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นโครงสร้างของเหงือก ใครที่อยากรู้ว่าวิตามินซีต้องได้วันละเท่าไร และเลือกแบบไหนดี อ่านต่อได้ที่บทความ วิตามินซี
ฮอร์โมน ยา และโรคประจำตัว
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ช่วงตั้งครรภ์ ทำให้เหงือกไวต่อคราบมากขึ้น เบาหวานที่คุมได้ไม่ดีทำให้เหงือกอักเสบง่ายและหายช้า และยาบางกลุ่มทำให้น้ำลายน้อยลง ซึ่ง Cleveland Clinic อธิบายว่าน้ำลายช่วยชะล้างช่องปากตามธรรมชาติ ถ้ากินยาประจำแล้วปากแห้งบ่อย ลองบอกทันตแพทย์ด้วย
เหงือกอักเสบติดต่อกันได้ไหม
ตัวโรคเหงือกอักเสบไม่ได้ติดต่อแบบเป็นหวัด แต่แบคทีเรียในช่องปากส่งต่อกันได้ผ่านน้ำลาย เช่น การใช้ช้อนหรือแปรงสีฟันร่วมกัน สิ่งที่ตัดสินว่าจะเป็นเหงือกอักเสบหรือไม่จึงยังเป็นการดูแลความสะอาดของแต่ละคนเป็นหลัก
แต่ละช่วงชีวิต เสี่ยงเหงือกอักเสบไม่เท่ากัน
คนสองคนที่แปรงฟันเหมือนกัน อาจเสี่ยงไม่เท่ากัน เพราะร่างกายแต่ละช่วงวัยต่างกัน
- คนท้อง ฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปทำให้เหงือกบวมและเลือดออกง่ายขึ้น NHS แนะนำให้คนท้องไปตรวจฟันเป็นประจำ ถ้าเลือดออกเยอะช่วงตั้งครรภ์ ไม่ควรเลี่ยงการแปรงฟัน และควรบอกทันตแพทย์ว่ากำลังตั้งครรภ์ทุกครั้ง
- เด็ก ถ้าเด็กบ่นว่าเจ็บเหงือกหรือเหงือกมีเลือดออก ควรพาไปพบทันตแพทย์ และให้ผู้ใหญ่ช่วยแปรงซ้ำจนกว่าเด็กจะแปรงเองได้ทั่วถึง
- คนจัดฟัน เหล็กจัดฟันและยางเป็นที่หลบของคราบชั้นดี แปรงซอกฟันชนิดเล็กหรือไหมขัดฟันแบบมีหัวนำช่วยได้มาก
- ผู้สูงอายุและคนใส่ฟันปลอม เหงือกร่นตามวัย ทำให้มีซอกให้คราบเกาะมากขึ้น ฟันปลอมก็ต้องถอดล้างทุกวันเหมือนกัน
ดูแลเหงือกอักเสบเองที่บ้าน ทำอะไรได้บ้าง
ข่าวดีของเหงือกอักเสบระยะแรกคือ ส่วนใหญ่สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดไม่ได้อยู่ที่ยาวิเศษ แต่อยู่ในห้องน้ำของเราเอง
แปรงฟันให้ถึงขอบเหงือก วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที
ใช้แปรงขนนุ่ม วางแปรงเอียงประมาณ 45 องศาเข้าหาขอบเหงือก แล้วขยับสั้น ๆ เบา ๆ ทีละ 2 ถึง 3 ซี่ ก่อนปัดออกจากเหงือก วิธีนี้เรียกว่า Modified Bass ช่วยให้ขนแปรงเข้าไปถึงร่องเหงือก ซึ่งเป็นจุดที่คราบเกาะมากที่สุด ไม่ต้องกดแรง ถ้าขนแปรงบานเร็ว แปลว่าเรากดแรงเกินไป
ทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน เลือกเครื่องมือที่เราใช้ได้จริง
ไหมขัดฟัน แปรงซอกฟัน และเครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดซอกฟันต่างกันที่วิธีใช้ ไหมขัดฟันเหมาะกับซอกฟันที่ชิด แปรงซอกฟันเหมาะกับซอกที่ห่างหรือคนจัดฟัน ส่วนเครื่องฉีดน้ำเหมาะกับคนที่ใช้ไหมไม่ถนัด เครื่องมือที่ดีที่สุดคือเครื่องมือที่เราหยิบมาใช้ได้ทุกวัน
เลือกยาสีฟันฟลูออไรด์ และใช้น้ำยาบ้วนปากเป็นตัวเสริม
กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย แนะนำให้ผู้ใหญ่ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ 1,000 ถึง 1,500 ppm ส่วนเคล็ดลับเล็ก ๆ จาก NHS ที่หลายคนไม่เคยรู้คือ แปรงเสร็จแล้วให้บ้วนยาสีฟันทิ้ง ไม่ต้องกลั้วน้ำตามเยอะ เพื่อให้ฟลูออไรด์อยู่บนผิวฟันได้นานขึ้น และไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากทันทีหลังแปรงฟัน ให้ใช้คนละเวลาแทน เช่น หลังมื้อกลางวัน
ถ้ากำลังมองหายาสีฟันสำหรับใช้ประจำวัน ตัวอย่างหนึ่งคือ กลิสเทอร์ ยาสีฟัน มัลติ-แอ็คชั่น ฟลูออไรด์ (รสมิ้นท์) ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ขนาด 200 กรัม ที่แบรนด์ระบุว่าช่วยขจัดคราบพลัคและทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น มีไซลิทอลและซิลิกาอณูละเอียดในส่วนผสม และแนะนำให้แปรงนานประมาณ 2 นาที วันละอย่างน้อย 2 ครั้ง ซึ่งตรงกับคำแนะนำทั่วไปพอดี ยาสีฟันเป็นตัวช่วยในการดูแลประจำวัน ส่วนเหงือกจะดีขึ้นหรือไม่ ยังขึ้นกับการแปรงให้ถึงขอบเหงือกและการทำความสะอาดซอกฟันเป็นหลัก
บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ ช่วยได้แค่ไหน
น้ำเกลืออุ่น ๆ ช่วยให้รู้สึกสบายปากขึ้นได้ในช่วงที่เหงือกระบม แต่มันไม่ได้กำจัดคราบพลัคหรือหินปูน จึงใช้แทนการแปรงฟันไม่ได้ สมุนไพรต่าง ๆ ก็เช่นกัน ใช้เป็นตัวช่วยให้สบายปากได้ แต่อย่าใช้เป็นเหตุผลให้เลื่อนการไปหาหมอ
กินอะไรให้เหงือกฟื้นไว
เน้นผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง พริกหวาน กีวี และบรอกโคลี ลดของหวานและเครื่องดื่มน้ำตาลสูงที่เป็นอาหารของแบคทีเรีย และดื่มน้ำเปล่าให้พอเพื่อให้ปากไม่แห้ง ใครที่กินข้าวนอกบ้านทุกมื้อและกินผักน้อย อาจลองดูเรื่องวิตามินรวมเป็นตัวเสริม แต่ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนการแปรงฟัน
ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ รสมิ้นท์ ขนาด 200 กรัม มีไซลิทอลและซิลิกาอณูละเอียด ใช้แปรงนาน 2 นาที วันละอย่างน้อย 2 ครั้ง คู่กับไหมขัดฟัน
ดูรายละเอียดสินค้าเหงือกอักเสบหายเองได้ไหม และเมื่อไหร่ควรไปหาหมอฟัน
เหงือกอักเสบหายได้ถ้ากำจัดต้นเหตุออก ถ้ายังเป็นแค่คราบพลัค การกลับมาแปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันอย่างถูกวิธี มักทำให้เหงือกดีขึ้นภายในราว 1 ถึง 2 สัปดาห์ แต่ถ้ามีหินปูนเกาะแล้ว หินปูนจะไม่หายเอง ต้องให้ทันตแพทย์ขูดออก Cleveland Clinic ระบุว่าการทำความสะอาดฟันโดยทันตแพทย์มักช่วยให้เหงือกอักเสบหาย แต่ต้องดูแลที่บ้านต่อเนื่อง ไม่อย่างนั้นก็กลับมาเป็นซ้ำได้
เช็กลิสต์สัญญาณที่ต้องไปหาหมอฟัน
- ดูแลถูกวิธีต่อเนื่อง 2 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น
- เหงือกบวมมากหรือเจ็บมาก จนกินอาหารหรือแปรงฟันลำบาก
- มีหนอง มีตุ่มที่เหงือก หรือหน้าบวม มีไข้ร่วมด้วย
- ฟันโยก ฟันห่าง หรือเหงือกร่น
- มีแผล ปื้นแดง หรือก้อนในปากที่ไม่หายใน 2 สัปดาห์
- ตั้งครรภ์ หรือเป็นเบาหวาน และมีเหงือกอักเสบ ควรให้ทันตแพทย์ดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ
ขูดหินปูนเจ็บไหม ทำบ่อยแค่ไหน
ส่วนใหญ่รู้สึกแค่เสียวหรือรำคาญเครื่องมือ ถ้าเหงือกอักเสบมากอาจมีเลือดออกและระบมไป 1 ถึง 2 วัน ทันตแพทย์ใช้ยาชาเฉพาะที่ได้ถ้าเสียวมาก ความถี่ขึ้นกับสภาพช่องปากของแต่ละคน ทันตแพทย์ไทยทั่วไปแนะนำให้ตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน ส่วนคนที่หินปูนเกาะเร็วอาจถูกนัดถี่กว่านั้น
ใช้สิทธิ์บัตรทองหรือประกันสังคมขูดหินปูนได้ไหม
ได้ทั้งสองสิทธิ์ แต่เงื่อนไขต่างกัน สิทธิ์บัตรทอง ครอบคลุมการขูดหินปูนตามดุลยพินิจของทันตแพทย์ที่หน่วยบริการประจำหรือคลินิกที่ร่วมโครงการ สอบถามได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 ส่วน สิทธิ์ประกันสังคม ครอบคลุมขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน ภายในวงเงินที่กำหนดต่อปี และมีการปรับปรุงสิทธิ์ทันตกรรมเป็นระยะ ก่อนไปควรเช็กเงื่อนไขล่าสุดกับสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือโทรถามคลินิกที่จะไปก่อน
สรุป
เลือดที่เห็นตอนบ้วนน้ำไม่ได้แปลว่าเราแปรงฟันผิดจนต้องหยุด แต่เป็นเหงือกที่กำลังบอกว่ามีจุดที่ถูกลืมไป เหงือกอักเสบเป็นระยะเดียวของโรคเหงือกที่ยังย้อนกลับได้ แปรงให้ถึงขอบเหงือก ทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน และไปขูดหินปูนตามนัด ส่วนใหญ่ก็เพียงพอให้เหงือกกลับมาเป็นสีชมพูอีกครั้ง
สิ่งที่ยากที่สุดอาจไม่ใช่วิธีดูแล แต่เป็นการไม่มองข้ามสัญญาณเล็ก ๆ ที่ไม่เจ็บ เพราะโรคเหงือกเป็นเรื่องที่ค่อย ๆ เกิดอย่างเงียบ ๆ ถ้าดูแลแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือเจอสัญญาณในเช็กลิสต์ด้านบน ให้ไปให้ทันตแพทย์ตรวจ เพราะการไปตอนที่ยังเป็นแค่เหงือกอักเสบ ง่ายกว่าไปตอนที่ฟันเริ่มโยกเยอะมาก
ถ้ากำลังเปลี่ยนนิสัยการแปรงฟัน ลองดูกลิสเทอร์ ยาสีฟัน มัลติ-แอ็คชั่น ฟลูออไรด์ เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับใช้คู่กับไหมขัดฟันทุกวัน
สั่งซื้อกลิสเทอร์ ยาสีฟันบทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ ยาสีฟันเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ไม่ได้ใช้รักษาโรค หากมีอาการรุนแรง ตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาทันตแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
เหงือกอักเสบกี่วันหาย?
ถ้าต้นเหตุเป็นแค่คราบพลัค เหงือกมักดีขึ้นภายในราว 1 ถึง 2 สัปดาห์หลังกลับมาแปรงฟันให้ถึงขอบเหงือกวันละ 2 ครั้งและทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน แต่ถ้ามีหินปูนเกาะแล้ว อาการจะไม่หายจนกว่าทันตแพทย์จะขูดหินปูนออก ถ้าดูแลต่อเนื่อง 2 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น ควรไปพบทันตแพทย์
เหงือกอักเสบต้องกินยาฆ่าเชื้อไหม?
เหงือกอักเสบระยะแรกส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ เพราะต้นเหตุคือคราบพลัคและหินปูนที่ต้องเอาออกด้วยการแปรงฟันและการขูดหินปูน ยาปฏิชีวนะจะใช้เฉพาะกรณีที่ทันตแพทย์ประเมินว่าจำเป็น เช่น มีการติดเชื้อรุนแรงหรือเป็นหนอง ไม่ควรซื้อยามากินเอง
แปรงฟันแล้วเลือดออก ควรหยุดแปรงตรงนั้นไหม?
ไม่ควรหยุด เพราะเลือดออกเป็นสัญญาณว่าตรงนั้นมีคราบสะสมจนเหงือกอักเสบ ยิ่งเลี่ยงยิ่งมีคราบเพิ่ม ให้ใช้แปรงขนนุ่ม แปรงเบา ๆ ให้ถึงขอบเหงือก และทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน เลือดควรค่อย ๆ ลดลงภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์
เหงือกอักเสบตอนท้องอันตรายไหม?
เหงือกอักเสบช่วงตั้งครรภ์พบได้บ่อย เพราะฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปทำให้เหงือกไวต่อคราบมากขึ้น ส่วนใหญ่ดูแลได้ด้วยการแปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันอย่างสม่ำเสมอ แต่ควรไปตรวจฟันระหว่างตั้งครรภ์ และแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังตั้งครรภ์
เหงือกอักเสบทำให้ฟันหลุดได้ไหม?
เหงือกอักเสบเพียงอย่างเดียวยังไม่ทำให้ฟันหลุด แต่ถ้าปล่อยไว้จนลามเป็นปริทันต์อักเสบ กระดูกและเนื้อเยื่อที่ยึดฟันจะถูกทำลาย ทำให้ฟันโยกและอาจต้องถอนในที่สุด การดูแลตั้งแต่ระยะเหงือกอักเสบจึงสำคัญ
เหงือกอักเสบเกี่ยวกับโรคหัวใจจริงไหม?
มีงานวิจัยเชิงสังเกตที่พบความเกี่ยวข้องกันระหว่างโรคเหงือกกับโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่แถลงการณ์ของ American Heart Association ปี 2012 สรุปว่ายังไม่มีหลักฐานว่าโรคเหงือกเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ และยังไม่มีหลักฐานว่าการรักษาเหงือกช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ ถึงอย่างนั้นการดูแลเหงือกก็ยังสำคัญต่อสุขภาพช่องปากโดยตรง
ใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างเดียวพอไหม?
ไม่พอ น้ำยาบ้วนปากเป็นตัวเสริม แต่ไม่สามารถเอาคราบพลัคที่เกาะแน่นตามขอบเหงือกและซอกฟันออกได้เหมือนการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน และไม่ควรใช้ทันทีหลังแปรงฟัน เพราะจะล้างฟลูออไรด์จากยาสีฟันออกไป
เด็กเป็นเหงือกอักเสบได้ไหม?
เป็นได้ โดยเฉพาะเด็กที่ยังแปรงฟันเองได้ไม่ทั่วถึง หรือช่วงที่ฟันแท้กำลังขึ้น ผู้ปกครองควรช่วยแปรงซ้ำ และถ้าเด็กมีเหงือกบวม เจ็บ หรือเลือดออก ควรพาไปพบทันตแพทย์
ข้อมูลอ้างอิง
อาการ การดูแล และเวลาไปหาหมอฟัน: NHS: Gum disease · เหงือกอักเสบกับปริทันต์อักเสบและปัจจัยเสี่ยง: CDC: About Periodontal (Gum) Disease · การรักษาและการกลับมาเป็นซ้ำ: Cleveland Clinic: Gingivitis and Periodontal Disease · MedlinePlus: Gum Disease · ขาดวิตามินซีกับเหงือก: MedlinePlus: Scurvy · เหงือกอักเสบเกิดและหายเร็วแค่ไหน: Löe H, et al. J Periodontol 1965 · โรคเหงือกกับโรคหัวใจ: Lockhart PB, et al. Circulation 2012 (AHA) · ยาสีฟันฟลูออไรด์: กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย · สิทธิ์ทันตกรรม: สปสช. · สำนักงานประกันสังคม · ข้อมูลสินค้า: Amway Thailand: กลิสเทอร์ ยาสีฟัน มัลติ-แอ็คชั่น ฟลูออไรด์






