เที่ยงวันทำงาน ข้าวกะเพราไข่ดาวอีกแล้ว ผักในจานมีแค่ใบกะเพราไม่กี่ใบ ตกเย็นกลับถึงบ้านก็เหนื่อยจนไม่อยากคิดเมนู พอนึกขึ้นได้ว่าทั้งอาทิตย์แทบไม่ได้แตะผลไม้เลย คำถามที่หลายคนเริ่มพิมพ์ลง Google ก็คือ "วิตามินรวม ควรกินไหม"

ตอบสั้นที่สุดคือ วิตามินรวมช่วยเติมวิตามินและแร่ธาตุที่อาหารแต่ละวันให้ไม่ครบ แต่ไม่ได้มาแทนอาหาร 5 หมู่ และไม่ใช่ทางลัดสู่สุขภาพดีแบบที่หลายคนเข้าใจ คนที่กินอาหารหลากหลายอยู่แล้วอาจได้ประโยชน์น้อยกว่าที่คิด ส่วนคนที่จานข้าวมีช่องว่างเยอะ วิตามินรวมก็เป็นตัวช่วยที่สมเหตุสมผล

บทความนี้จะไล่ให้ดูทีละเรื่อง ตั้งแต่วิตามินรวมคืออะไร ช่วยอะไรได้จริงตามข้อมูลทางการแพทย์ สารพฤกษเคมีที่เริ่มเห็นบนฉลากคืออะไร ใครควรกิน กินตอนไหน ไปจนถึงวิธีอ่านฉลากก่อนตัดสินใจซื้อ

วิตามินรวมคืออะไร ต่างจากวิตามินเดี่ยวยังไง

วิตามินรวม หรือ Multivitamin คือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รวมวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดไว้ด้วยกัน บางสูตรใส่ส่วนผสมอื่นเพิ่ม เช่น สารสกัดจากพืช สำนักงานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH Office of Dietary Supplements) ระบุว่าไม่มีสูตรวิตามินรวมที่เป็นมาตรฐานเดียว ผู้ผลิตแต่ละรายเลือกเองว่าจะใส่อะไรและใส่เท่าไร วิตามินรวมสองกล่องที่หน้าตาคล้ายกันจึงอาจให้สารอาหารต่างกันมาก

ก่อนไปต่อ ควรรู้ก่อนว่าวิตามินแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ อธิบายว่า วิตามินที่ละลายในน้ำ คือวิตามิน B และ C อยู่ในร่างกายได้ไม่นาน ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกทางปัสสาวะ ส่วน วิตามินที่ละลายในไขมัน คือวิตามิน A, D, E และ K ต้องอาศัยไขมันช่วยให้ลำไส้ดูดซึม และถ้าได้รับมากเกินไปจะสะสมอยู่ในร่างกายได้ สองกลุ่มนี้คือเหตุผลเบื้องหลังเกือบทุกคำแนะนำเรื่องวิธีกินที่จะพูดถึงต่อจากนี้

วิตามินรวม vs วิตามินเดี่ยว แบบไหนเหมาะกับใคร

วิตามินเดี่ยว เช่น วิตามินซีหรือวิตามินดี เหมาะกับกรณีที่รู้ชัดว่าขาดตัวไหน เช่น ตรวจเลือดแล้วพบว่าวิตามินดีต่ำ หรือแพทย์แนะนำให้เสริมเฉพาะตัว ส่วนวิตามินรวมเหมาะกับคนที่อาหารโดยรวมไม่สมดุล ไม่ได้ขาดตัวใดตัวหนึ่งชัด ๆ แต่ได้น้อยไปหลายตัวพร้อมกัน

ประเด็นจึงไม่ใช่ว่าแบบไหนดีกว่า แต่อยู่ที่ว่าเราขาดอะไร และขาดมากแค่ไหน

วิตามินรวม เกลือแร่รวม และสารสกัดจากพืช ต่างกันยังไง

สามคำนี้มักอยู่บนฉลากเดียวกันจนดูเหมือนเป็นเรื่องเดียวกัน แต่จริง ๆ ไม่ใช่ วิตามิน คือสารอาหารที่ร่างกายต้องใช้ในกระบวนการต่าง ๆ เช่น วิตามิน A, B, C, D เกลือแร่หรือแร่ธาตุ คือธาตุอย่างแคลเซียม เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม ส่วน สารสกัดจากพืช หรือไฟโตนิวเทรียนท์ ไม่ได้เป็นวิตามินหรือแร่ธาตุ แต่เป็นสารที่พืชสร้างขึ้นเอง บางผลิตภัณฑ์มีครบทั้งสามอย่าง บางผลิตภัณฑ์มีแค่วิตามิน การอ่านฉลากจึงบอกได้มากกว่าชื่อสินค้า

วิตามินรวมช่วยอะไร

ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของวิตามินรวมคือช่วยให้ได้วิตามินและแร่ธาตุใกล้เคียงปริมาณที่แนะนำในวันที่อาหารให้ไม่พอ NIH Office of Dietary Supplements สรุปไว้ตรง ๆ ว่าวิตามินรวมเพิ่มปริมาณสารอาหารที่ได้รับในแต่ละวัน แต่สำหรับการป้องกันโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ งานวิจัยส่วนใหญ่ยังพบว่ามีผลน้อยหรือไม่มีผล

ถ้ามองในระดับสารอาหาร แต่ละตัวก็มีหน้าที่ของมัน ข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ อธิบายว่า วิตามิน B ช่วยนำคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนไปใช้เป็นพลังงาน วิตามิน A เกี่ยวกับการมองเห็นและเยื่อบุผิว วิตามิน C ช่วยสร้างคอลลาเจนและเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ส่วนวิตามิน D ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมซึ่งสำคัญต่อกระดูก เมื่อขาดบางตัวก็มีอาการให้เห็น เช่น ขาดวิตามิน B2 อาจเป็นปากนกกระจอก ขาดวิตามิน C อาจมีเลือดออกตามไรฟัน

มีอีกข้อที่น่าสนใจจาก NIH คือ คนที่กินวิตามินรวมมักเป็นคนที่ได้สารอาหารจากอาหารมากอยู่แล้ว กลายเป็นว่าคนที่อาจไม่จำเป็นต้องกินกลับกิน ส่วนคนที่ควรได้ประโยชน์จริงกลับยังไม่ได้เริ่ม

วิตามินรวมจึงไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นตัวช่วยอุดช่องว่างของจานอาหาร ถ้าจานไม่มีช่องว่าง ประโยชน์ที่ได้ก็น้อยลงตามไปด้วย

สารพฤกษเคมี (Phytonutrients) คืออะไร ทำไมวิตามินรวมบางสูตรใส่มาด้วย

ผักผลไม้หลากสี ส้ม บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี มะเขือเทศ บรอกโคลี และกีวี วางคู่กับวิตามินรวมหลายเม็ด แหล่งสารพฤกษเคมี (Phytonutrients)
สีของผักผลไม้แต่ละชนิดมาจากสารพฤกษเคมีคนละกลุ่ม · ภาพ: wirestock / Magnific

สารพฤกษเคมี หรือไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) คือสารที่พืชสร้างขึ้นตามธรรมชาติ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผักผลไม้มีสีต่างกัน สารกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นวิตามินหรือแร่ธาตุ แต่เป็นอีกเหตุผลที่นักโภชนาการแนะนำให้กินผักผลไม้หลายสี ไม่ใช่กินแค่ชนิดเดียวซ้ำ ๆ

ไฟโตนิวเทรียนท์มาจากไหน

ตัวอย่างที่คุ้นชื่อที่สุดคือกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) อย่างไลโคปีนในมะเขือเทศ The Nutrition Source ของ Harvard T.H. Chan School of Public Health อธิบายว่าแคโรทีนอยด์พบได้ในผักผลไม้สีสด และบางชนิดร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามิน A ได้ ข้อสรุปที่ใช้ได้ในชีวิตจริงจากแหล่งเดียวกันคือ ความหลากหลายและสีของผักผลไม้สำคัญพอ ๆ กับปริมาณ

ทำไมกินผักผลไม้ให้หลากสีทุกวันถึงยาก

ลองนึกถึงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผักที่กินซ้ำบ่อยที่สุดน่าจะเป็นผักชุดเดิม ๆ ที่มากับอาหารตามสั่ง ส่วนผลไม้ก็อาจมีแค่ชนิดเดียวที่ซื้อง่ายแถวที่ทำงาน การได้ผักผลไม้สีแดง ส้ม เหลือง เขียว และม่วงครบในวันเดียวเป็นเรื่องยากสำหรับคนเมือง

นี่คือเหตุผลที่วิตามินรวมบางสูตรใส่สารสกัดจากพืชเพิ่มเข้ามา เพื่อเติมส่วนนี้ให้ครบขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าแทนผักผลไม้จริงได้ NIH ย้ำว่าอาหารให้มากกว่าวิตามินและแร่ธาตุ เพราะยังมีใยอาหารและสารอื่นที่เป็นประโยชน์อยู่ด้วย

ใครควรกินวิตามินรวม และใครควรระวัง

คนที่ได้สารอาหารจากอาหารไม่พอคือกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากวิตามินรวมมากที่สุด NIH ระบุกลุ่มที่อาจพิจารณาไว้ ได้แก่ คนที่ได้วิตามินและแร่ธาตุจากอาหารไม่พอ คนที่คุมแคลอรี่ คนที่เบื่ออาหาร และคนที่งดอาหารบางกลุ่ม เช่น มังสวิรัติเคร่งครัดและวีแกน ฝั่งโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ก็ให้ข้อมูลไปในทางเดียวกันว่า ถ้ากินอาหารครบ 5 หมู่ครบ 3 มื้อ โดยทั่วไปร่างกายจะไม่ขาดวิตามิน

คนทำงานที่กินไม่ครบหมู่

กลุ่มนี้คือคนส่วนใหญ่ที่ค้นหาคำว่าวิตามินรวม กินข้าวนอกบ้านเกือบทุกมื้อ ผักน้อย ผลไม้แทบไม่มี ถ้ายังปรับมื้ออาหารไม่ได้ วิตามินรวมพื้นฐานที่ปริมาณใกล้เคียงค่าที่แนะนำเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล แต่ควรมองเป็นตัวช่วยระหว่างทาง ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

วิตามินรวมผู้หญิง และวิตามินรวมผู้ชาย ต่างกันตรงไหน

ความต้องการสารอาหารบางตัวต่างกันตามเพศและวัย NIH จึงแนะนำให้พิจารณาสูตรที่ออกแบบสำหรับเพศ อายุ หรือภาวะเฉพาะ เช่น การตั้งครรภ์ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือผู้หญิงที่มีโอกาสตั้งครรภ์ NIH แนะนำให้ได้กรดโฟลิก (Folic acid) 400 ไมโครกรัมต่อวัน จากอาหารเสริมหรืออาหารที่เติมสารอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงความผิดปกติของสมองและไขสันหลังของทารก

ผู้สูงอายุ และคนอายุ 40 หรือ 50 ขึ้นไป

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายดูดซึมสารอาหารบางตัวได้น้อยลง NIH แนะนำว่าคนอายุเกิน 50 ปีควรได้วิตามิน B12 จากอาหารเสริมหรืออาหารที่เติมสารอาหาร เพราะร่างกายอาจดูดซึม B12 จากอาหารตามธรรมชาติได้ไม่พอ วิตามินรวมสำหรับวัย 50+ จึงมักมีแคลเซียม วิตามิน D และ B12 มากขึ้น และมีธาตุเหล็กน้อยกว่าสูตรสำหรับวัยหนุ่มสาว

ใครไม่ควรกินเอง หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน

  • สตรีมีครรภ์: ควรใช้วิตามินสำหรับคนตั้งครรภ์ตามที่แพทย์แนะนำ เพราะ NIH ระบุว่าการได้วิตามิน A มากเกินไประหว่างตั้งครรภ์อาจเพิ่มความเสี่ยงความพิการแต่กำเนิด
  • เด็ก: ความต้องการต่างจากผู้ใหญ่ ควรใช้สูตรสำหรับเด็กเท่านั้น
  • คนที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: NIH แนะนำให้เลี่ยงสูตรที่มีเบตาแคโรทีนและวิตามิน A สูง
  • คนที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน: วิตามิน K มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา ส่วนวิตามิน E อาจทำให้เลือดออกง่ายขึ้น ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • คนที่มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ: ถามเภสัชกรก่อนเริ่ม เพื่อเช็กว่ามีอะไรซ้ำซ้อนหรือขัดกันหรือไม่

วิตามินรวม กินตอนไหนดีที่สุด

ผู้หญิงวัยทำงานหยิบวิตามินรวมจากถ้วยเล็ก กินพร้อมมื้อเที่ยงที่มีข้าวไรซ์เบอร์รี อกไก่ และผักสลัด
กินพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันอยู่บ้าง ช่วยให้วิตามิน A, D, E และ K ดูดซึมได้ดีขึ้น

ช่วงที่ดีที่สุดคือกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที โดยเฉพาะมื้อที่มีไขมันอยู่บ้าง เพราะวิตามิน A, D, E และ K ต้องอาศัยไขมันในการดูดซึม การกินพร้อมอาหารยังช่วยให้ท้องไม่ปั่นป่วนสำหรับคนที่กินวิตามินตอนท้องว่างแล้วคลื่นไส้ ที่เหลือคือทำตามขนาดและวิธีกินบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น

กินเช้าหรือเย็นดี

เรื่องนี้ไม่มีคำตอบตายตัว สิ่งที่สำคัญกว่าคือกินในเวลาที่ทำได้สม่ำเสมอและมีอาหารตกถึงท้อง ถ้ามื้อเช้าเป็นแค่กาแฟแก้วเดียว มื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นอาจเหมาะกว่า ส่วนสูตรที่ฉลากให้แบ่งกินวันละ 2 ครั้ง ให้กินพร้อมมื้อหลักสองมื้อ เพื่อให้ร่างกายได้สารอาหารกระจายตลอดวัน

ไม่ควรกินพร้อมอะไร

ข้อที่คนพลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่การกินผิดเวลา แต่คือการกินซ้ำซ้อน เช่น กินวิตามินรวมพร้อมวิตามินซีเม็ดใหญ่ น้ำวิตามิน และเครื่องดื่มเสริมสารอาหารในวันเดียวกัน ข้อมูลจากโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ระบุว่าถ้ากินวิตามิน C ตั้งแต่ 1,000 มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป ร่างกายจะดูดซึมได้น้อยกว่า 50% ส่วนที่เกินจะถูกขับออก ถ้ากินยาประจำอยู่แล้ว ให้ถามเภสัชกรว่าควรเว้นระยะกับวิตามินหรือไม่

วิตามินรวม กินทุกวันได้ไหม

ได้ ถ้ากินตามขนาดที่ฉลากแนะนำ NIH ระบุว่าวิตามินรวมพื้นฐานไม่น่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ถ้าดื่มเครื่องดื่มหรือกินอาหารที่เติมวิตามินอยู่แล้ว หรือกินอาหารเสริมตัวอื่นด้วย ต้องระวังไม่ให้ปริมาณรวมเกินขีดจำกัดสูงสุด เช่น วิตามิน A ไม่เกิน 3,000 ไมโครกรัมต่อวัน และวิตามิน D ไม่เกิน 4,000 IU ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป ตามข้อมูลของโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

วิตามินรวมยี่ห้อไหนดี ดู 5 อย่างนี้บนฉลากก่อนซื้อ

ไม่มีวิตามินรวมยี่ห้อไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน ที่ดีที่สุดคือสูตรที่ตรงกับสิ่งที่เราขาด แทนที่จะเริ่มจากชื่อแบรนด์ ลองหยิบกล่องขึ้นมาแล้วดู 5 อย่างนี้ก่อน

อินโฟกราฟิก เลือกวิตามินรวม ดู 5 อย่างนี้: สารอาหารครบและเหมาะกับวัย ปริมาณต่อวันชัดเจน มีเลข อย. เลือกสูตรที่ตรงกับความต้องการ ตรวจสอบคำเตือนและยาประจำตัว
เสริมจากอาหาร ไม่ใช่แทนอาหาร: 5 อย่างที่ควรดูบนฉลากก่อนเลือกวิตามินรวม

1. สารอาหารครบและเหมาะกับวัย

ดูว่ามีวิตามินและแร่ธาตุตัวที่เราน่าจะขาดอยู่ในสูตรหรือไม่ และสูตรนั้นออกแบบมาสำหรับวัยไหน สูตรสำหรับวัย 50+ มักเพิ่มแคลเซียม วิตามิน D และ B12 แต่ลดธาตุเหล็ก ส่วนสูตรสำหรับคนตั้งครรภ์จะเน้นกรดโฟลิกและธาตุเหล็ก

2. ปริมาณต่อวันชัดเจน

ฉลากที่ดีจะบอกปริมาณสารอาหารแต่ละตัวต่อหนึ่งหน่วยบริโภค และมักบอกเป็นร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน (%Daily Value) ด้วย อีกข้อที่ควรรู้จาก NIH คือวิตามินรวมพื้นฐานมักมีแคลเซียมและแมกนีเซียมค่อนข้างต่ำ ถ้าเรื่องกระดูกคือสิ่งที่กังวล อาจต้องคุยกับแพทย์เพิ่ม

3. มีเลข อย. และแหล่งผลิตน่าเชื่อถือ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ขายในไทยต้องมีเลขสารบบอาหาร 13 หลักบนฉลาก ตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (oryor.com) และควรซื้อจากช่องทางที่ระบุผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าได้ชัดเจน ถ้าเจอข้อความโฆษณาว่ารักษาโรคได้ นั่นคือสัญญาณให้ถอยออกมาก่อน

4. เลือกสูตรที่ตรงกับความต้องการ

บางสูตรมีแค่วิตามิน บางสูตรมีทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และสารสกัดจากพืช ถ้าปัญหาหลักคือกินผักผลไม้น้อย สูตรที่มีสารพฤกษเคมีร่วมด้วยอาจตอบโจทย์มากกว่า อ่านส่วนประกอบให้ครบด้วย โดยเฉพาะคนที่แพ้ถั่วเหลือง นม หรือสารอื่น และคนที่กินเจหรือวีแกน เพราะวิตามินบางตัว เช่น วิตามิน D3 อาจผลิตจากวัตถุดิบที่มาจากสัตว์

5. ตรวจสอบคำเตือนและยาประจำตัว

อ่านคำเตือนบนฉลากทุกข้อ แล้วเทียบกับโรคประจำตัวและยาที่กินอยู่ สูตรที่ดีที่สุดบนกระดาษก็อาจไม่เหมาะกับเรา ถ้าคำเตือนข้อใดข้อหนึ่งตรงกับตัวเอง และอย่าลืมดูวิธีกินด้วยว่ากิจวัตรตอนนี้รองรับได้จริงหรือไม่ เพราะสูตรที่ต้องแบ่งกินหลายมื้อจะไม่มีประโยชน์เลยถ้าเรากินไม่สม่ำเสมอ

ตัวอย่าง: วิตามินรวมที่มีเกลือแร่และสารสกัดจากพืชในชุดเดียว

ตลับนิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์ ไฟโตเบลนด์ วิตามินรวม เกลือแร่รวม และสารสกัดจากพืช 186 เม็ด
นิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์ ไฟโตเบลนด์ · ภาพ: Amway Thailand

ถ้าลองใช้เกณฑ์ทั้ง 5 ข้อกับผลิตภัณฑ์จริง ตัวอย่างหนึ่งคือ นิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์ ไฟโตเบลนด์ (Nutrilite Double X Phyto Blend) ตามข้อมูลของ Amway Thailand ผลิตภัณฑ์นี้ให้วิตามินรวม 12 ชนิด เกลือแร่รวม 10 ชนิด และสารสกัดไฟโตนิวเทรียนท์จากผักและผลไม้ 22 ชนิด บรรจุแยกเป็น 3 แพ็กฟอยล์ รวม 186 เม็ด

  • วิตามินรวม: แพ็กฟอยล์สีทอง 62 เม็ด
  • เกลือแร่รวม: แพ็กฟอยล์สีเงิน 62 เม็ด
  • สารสกัดไฟโตนิวเทรียนท์: แพ็กฟอยล์สีเขียว 62 เม็ด

วิธีรับประทานคือชนิดละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร ซึ่งตรงกับหลักกินพร้อมมื้อที่พูดถึงไปข้างบน แบรนด์ระบุว่าไม่เจือสี ไม่ใช้วัตถุแต่งกลิ่นรส และวัตถุกันเสีย ส่วนข้อที่ต้องรู้ก่อนเลือกคือ ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของถั่วเหลือง และเหมาะกับคนกินมังสวิรัติ แต่ไม่เหมาะกับคนกินเจหรือวีแกน เพราะวิตามิน D3 สังเคราะห์จากลาโนลินซึ่งได้จากขนแกะ

ถ้าเทียบกับผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้รวมเข้มข้น ซึ่งให้เฉพาะสารไฟโตนิวเทรียนท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์ให้วิตามินและเกลือแร่มาด้วยในชุดเดียว เหมาะกับคนที่อยากเติมทั้งสามส่วนโดยไม่ต้องซื้อหลายขวด

คำเตือนตามฉลาก: ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียและผู้ที่เป็นพาหะไม่แนะนำให้รับประทาน ควรอ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

แนะนำนิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์ ไฟโตเบลนด์

วิตามินรวม 12 ชนิด เกลือแร่รวม 10 ชนิด และสารสกัดจากผักผลไม้ 22 ชนิด ในตลับเดียว ดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่นี่

ดูรายละเอียดดับเบิ้ล เอ็กซ์

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

วิตามินรวมพื้นฐานที่กินตามขนาดบนฉลากมักปลอดภัย ความเสี่ยงส่วนใหญ่มาจากการได้รับมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว ข้อที่ควรระวังมีดังนี้

  • ได้รับเกินปริมาณ: NIH ระบุว่าการกินวิตามินรวมอาจเพิ่มโอกาสได้รับสารอาหารบางตัวมากเกินไป เช่น ธาตุเหล็ก วิตามิน A สังกะสี ไนอะซิน และกรดโฟลิก โดยเฉพาะสูตรที่มีปริมาณสูงกว่าค่าที่แนะนำ
  • วิตามินที่ละลายในไขมันสะสมได้: วิตามิน A, D, E และ K ไม่ได้ถูกขับออกง่ายเหมือนวิตามิน B และ C ถ้าได้รับมากเกินไปเป็นเวลานานอาจเป็นอันตราย
  • กินซ้ำซ้อน: ถ้ากินวิตามินเดี่ยวหรืออาหารเสริมตัวอื่นร่วมด้วย ให้รวมปริมาณจากทุกแหล่งก่อน
  • ผลกับยา: วิตามินรวมพื้นฐานมักไม่ทำปฏิกิริยากับยา แต่มีข้อยกเว้นสำคัญคือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ซึ่งต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • อาการผิดปกติ: ถ้ากินแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น ผื่น คลื่นไส้มาก หรืออาการแพ้ ให้หยุดกินและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

สรุป

วิตามินรวมไม่ได้เป็นทั้งของวิเศษและของไร้ประโยชน์ มันเป็นเครื่องมือที่ได้ผลดีที่สุดกับคนที่อาหารแต่ละวันยังมีช่องว่าง กินพร้อมอาหาร กินตามขนาดบนฉลาก และเลือกจากส่วนผสมที่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองขาด ไม่ใช่จากชื่อที่คุ้นที่สุดบนชั้นวาง

ก่อนถามว่าวิตามินรวมยี่ห้อไหนดี ลองถามตัวเองก่อนว่าจานอาหารสัปดาห์นี้ขาดอะไรไป คำตอบของคำถามนั้นจะพาไปหาวิตามินรวมที่ใช่ได้แม่นกว่าการเลือกตามรีวิวใด ๆ

สำหรับคนที่กินผักผลไม้ไม่ค่อยครบ

ถ้าเช็ก 5 ข้อแล้วพบว่าอยากได้วิตามินรวมที่มีเกลือแร่และสารสกัดจากพืชในชุดเดียว ลองดู นิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์ ไฟโตเบลนด์ เป็นหนึ่งในตัวเลือก

สั่งซื้อดับเบิ้ล เอ็กซ์ ไฟโตเบลนด์

คำถามที่พบบ่อย

วิตามินรวมกินทุกวันได้ไหม?

ได้ ถ้ากินตามขนาดที่ฉลากแนะนำ วิตามินรวมพื้นฐานไม่น่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สิ่งที่ต้องระวังคือการได้รับซ้ำซ้อนจากอาหารเสริมตัวอื่นหรือเครื่องดื่มที่เติมวิตามิน จนปริมาณรวมเกินขีดจำกัดสูงสุด โดยเฉพาะวิตามิน A, D และธาตุเหล็ก

วิตามินรวม กินตอนไหนดีที่สุด?

กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที โดยเฉพาะมื้อที่มีไขมันอยู่บ้าง เพราะวิตามิน A, D, E และ K ต้องอาศัยไขมันในการดูดซึม จะเป็นมื้อเช้า เที่ยง หรือเย็นก็ได้ ขอให้เป็นเวลาที่กินได้สม่ำเสมอ

วิตามินรวม อายุ 40 ควรเลือกแบบไหน?

วัย 40 ยังใช้วิตามินรวมสูตรผู้ใหญ่ทั่วไปได้ ให้เริ่มจากดูว่าอาหารประจำวันขาดอะไร เช่น ผักผลไม้น้อย หรือไม่ค่อยได้กินนมและปลา แล้วเลือกสูตรที่ปริมาณสารอาหารใกล้เคียงค่าที่แนะนำต่อวัน ถ้ามีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาเภสัชกรก่อน

วิตามินรวม อายุ 50 ขึ้นไปควรดูอะไรเพิ่ม?

ให้ดูวิตามิน B12 แคลเซียม และวิตามิน D เป็นพิเศษ NIH แนะนำว่าคนอายุเกิน 50 ปีควรได้ B12 จากอาหารเสริมหรืออาหารที่เติมสารอาหาร เพราะร่างกายดูดซึมจากอาหารได้น้อยลง สูตรสำหรับวัย 50+ มักมีสารอาหารเหล่านี้มากขึ้น และมีธาตุเหล็กน้อยลง

วิตามินรวมกินพร้อมวิตามินซีหรือน้ำมันปลาได้ไหม?

กินร่วมกันได้ในหลายกรณี แต่ต้องรวมปริมาณจากทุกแหล่งก่อน เพราะวิตามินรวมส่วนใหญ่มีวิตามินซีอยู่แล้ว การเสริมเม็ดใหญ่เพิ่มอาจไม่ได้ประโยชน์เพิ่ม เนื่องจากร่างกายดูดซึมได้น้อยลงเมื่อได้รับปริมาณสูง ถ้าไม่แน่ใจให้นำฉลากทั้งหมดไปให้เภสัชกรดู

วิตามินรวมทำให้อ้วนไหม?

วิตามินและแร่ธาตุแทบไม่ให้พลังงาน วิตามินรวมจึงไม่ได้ทำให้อ้วนโดยตรง บางคนรู้สึกอยากอาหารมากขึ้นหลังเริ่มกิน ซึ่งมักเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินโดยรวมมากกว่าตัววิตามิน

สารพฤกษเคมี (Phytonutrients) คืออะไร?

คือสารที่พืชสร้างขึ้นตามธรรมชาติ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผักผลไม้มีสีต่างกัน เช่น แคโรทีนอยด์ในผักผลไม้สีสด สารกลุ่มนี้ไม่ใช่วิตามินหรือแร่ธาตุ วิธีได้รับที่ดีที่สุดคือกินผักผลไม้ให้หลากหลายสี

วิตามินรวมกับผักผลไม้รวมเข้มข้นต่างกันอย่างไร?

ผลิตภัณฑ์ผักผลไม้รวมเข้มข้นมักให้สารพฤกษเคมีจากพืชเป็นหลัก ไม่ได้ให้วิตามินและแร่ธาตุครบเหมือนวิตามินรวม ส่วนวิตามินรวมบางสูตรรวมทั้งสามอย่างไว้ด้วยกัน การเลือกจึงขึ้นกับว่าต้องการเติมส่วนไหน และทั้งสองแบบก็ไม่ได้แทนผักผลไม้จริง เพราะอาหารยังให้ใยอาหารที่อาหารเสริมให้ไม่ได้

ดับเบิ้ล เอ็กซ์ ของแอมเวย์ กินยังไง?

ตามข้อมูลของ Amway Thailand ให้รับประทานเม็ดวิตามินรวม เกลือแร่รวม และไฟโตนิวเทรียนท์ ชนิดละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของถั่วเหลือง เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และควรอ่านคำเตือนบนฉลากก่อนบริโภค

ข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลวิตามินรวม กลุ่มที่ควรกิน และข้อควรระวัง: NIH Office of Dietary Supplements, Multivitamin/mineral Supplements · ชนิดของวิตามินและปริมาณสูงสุดต่อวัน: โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์, วิตามิน รับประทานอย่างไรให้ปลอดภัย · สีและความหลากหลายของผักผลไม้: Harvard T.H. Chan School of Public Health, The Nutrition Source · ตรวจสอบเลขผลิตภัณฑ์: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา · ข้อมูลผลิตภัณฑ์ดับเบิ้ล เอ็กซ์: Amway Thailand Help Center

เกี่ยวกับผู้เขียน

ทีม PewPew

เพื่อนสายกิน สายเที่ยว สายดูแลตัวเอง ที่ลองจริง อ่านจริง แล้วคัดมาเล่าให้ฟังแบบเพื่อนบอกเพื่อน