บ่ายสามโมงในออฟฟิศ กาแฟแก้วที่สองเริ่มเอาไม่อยู่ เมื่อคืนก็นอนครบ 7 ชั่วโมง แต่ร่างกายยังรู้สึกเหมือนแบตเหลือ 20% ปลายนิ้วชายิบ ๆ หลังจับเมาส์มาทั้งวัน แล้วเพื่อนข้างโต๊ะก็ยื่นขวดวิตามินมาให้ พร้อมประโยคที่หลายคนคุ้นหู "กินวิตามินบีรวมดูสิ ช่วยได้"
ตอบสั้นที่สุดคือ วิตามินบีรวมไม่ได้ให้พลังงานเอง แต่เป็นตัวช่วยให้ร่างกายดึงพลังงานจากข้าวและกับข้าวออกมาใช้ได้ ถ้าร่างกายขาดอยู่จริง การได้รับเพิ่มช่วยได้ แต่ถ้าไม่ได้ขาด กินเพิ่มอีกกี่เม็ดก็ไม่ได้ทำให้สดชื่นขึ้น ส่วนที่เกินส่วนใหญ่ร่างกายก็ขับทิ้งไปกับปัสสาวะ
บทความนี้จะพาเช็กทีละเรื่อง ตั้งแต่วิตามินบีแต่ละตัวทำอะไร สัญญาณแบบไหนที่อาจบอกว่าร่างกายขาด อาหารใกล้ตัวที่มีวิตามินบี กินตอนไหน วันละกี่เม็ด อะไรที่ไม่ควรกินคู่กัน ไปจนถึงวิธีอ่านฉลากก่อนเลือกซื้อ
วิตามินบีรวม ช่วยอะไรได้บ้าง
วิตามินบีทั้ง 8 ตัวทำงานเป็นโคเอนไซม์ (Coenzyme) หรือตัวช่วยของเอนไซม์ ที่ทำให้ร่างกายเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนออกมาเป็นพลังงานได้ นอกจากนี้ยังช่วยดูแลการทำงานของเส้นประสาท และมีส่วนในการสร้างเม็ดเลือดแดงและสารพันธุกรรม (DNA) วิตามินบีทุกตัวละลายในน้ำ ร่างกายเก็บสำรองไว้ได้น้อย ยกเว้นบี 12 ที่สะสมในตับได้นานกว่า จึงต้องได้รับจากอาหารอย่างสม่ำเสมอ
ถ้าเปรียบร่างกายเป็นรถ อาหารคือน้ำมัน ส่วนวิตามินบีคือหัวเทียน หัวเทียนไม่ได้ทำให้รถมีน้ำมันมากขึ้น แต่ถ้าหัวเทียนเสีย น้ำมันเต็มถังแค่ไหนรถก็สตาร์ตไม่ติด นี่คือเหตุผลที่คนขาดวิตามินบีมักรู้สึกอ่อนเพลีย ทั้งที่กินข้าวครบทุกมื้อ
วิตามินบีมีอะไรบ้าง 8 ตัว 8 หน้าที่
วิตามินบีไม่ได้มีตัวเดียว แต่ละตัวมีชื่อเฉพาะ หน้าที่หลัก และแหล่งอาหารที่ต่างกัน สรุปไว้ในตารางนี้
| วิตามินบี | หน้าที่หลัก | พบมากในอาหาร |
|---|---|---|
| B1 ไทอามีน (Thiamine) | เปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงาน ช่วยการทำงานของเส้นประสาท | เนื้อหมู ข้าวกล้อง ถั่ว |
| B2 ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) | ช่วยสร้างพลังงาน ดูแลผิวหนังและเยื่อบุในปาก | นม ไข่ ตับ เห็ด |
| B3 ไนอะซิน (Niacin) | ช่วยเผาผลาญพลังงาน ดูแลผิว ระบบประสาท และระบบย่อยอาหาร | เนื้อไก่ ปลา ถั่วลิสง |
| B5 กรดแพนโทเธนิก (Pantothenic acid) | เป็นส่วนประกอบของโคเอนไซม์เอ ใช้ในการเผาผลาญไขมันและพลังงาน | เนื้อสัตว์ ไข่ เห็ด อะโวคาโด |
| B6 ไพริดอกซีน (Pyridoxine) | ช่วยเผาผลาญโปรตีน สร้างสารสื่อประสาทและเม็ดเลือดแดง | ปลา เนื้อไก่ กล้วย มันฝรั่ง ถั่วลูกไก่ |
| B7 ไบโอติน (Biotin) | ช่วยเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน | ไข่แดงที่ปรุงสุก ตับ ถั่ว เมล็ดพืช |
| B9 โฟเลต (Folate) | ช่วยสร้าง DNA การแบ่งเซลล์ และเม็ดเลือดแดง | ผักใบเขียว ถั่วต่าง ๆ ตับ |
| B12 โคบาลามิน (Cobalamin) | ดูแลเส้นประสาท ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงและ DNA | เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ นม (มีเฉพาะในอาหารจากสัตว์) |
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมนับแล้วกระโดดจากบี 3 ไปบี 5 แล้วข้ามไปบี 7, บี 9 และบี 12 คำตอบคือในอดีตเคยมีสารที่ถูกตั้งชื่อเป็นบี 4, บี 8, บี 10 และบี 11 แต่ภายหลังพบว่าบางตัวร่างกายสร้างเองได้ และบางตัวเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินที่มีอยู่แล้ว จึงไม่ถูกนับเป็นวิตามินจำเป็นอีกต่อไป ชื่อที่เหลืออยู่วันนี้จึงมีแค่ 8 ตัว
วิตามินบีรวม กับ บี 1-6-12 ต่างกันอย่างไร
วิตามินบีรวมมีวิตามินบีครบ 8 ตัว ในปริมาณใกล้เคียงกับที่ร่างกายต้องการต่อวัน ส่วนสูตรบี 1-6-12 มีแค่ 3 ตัวที่เกี่ยวกับเส้นประสาท และมักเป็นขนาดสูงกว่าความต้องการปกติหลายเท่า สูตรบี 1-6-12 จึงมักใช้ในกรณีที่แพทย์หรือเภสัชกรประเมินแล้วว่ามีปัญหาเฉพาะ เช่น อาการชาจากการขาดวิตามิน ไม่ใช่วิตามินที่ควรซื้อมากินเองทุกวันแบบไม่มีกำหนด
พูดง่าย ๆ คือบีรวมเหมาะกับการเติมช่องว่างทั่วไปในจานอาหาร ส่วนบี 1-6-12 เป็นเครื่องมือเฉพาะทาง ถ้าเลือกผิดประเภทอาจได้บี 6 เกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อข้อควรระวัง
เช็กสัญญาณขาดวิตามินบี ที่คนวัยทำงานมักมองข้าม
อาการขาดวิตามินบีไม่เฉพาะเจาะจง และซ้อนกับอาการของการพักผ่อนน้อย ความเครียด หรือโรคอื่นได้ จึงควรใช้เป็นสัญญาณให้สังเกต ไม่ใช่ใช้วินิจฉัยตัวเอง สัญญาณที่พบบ่อยมีดังนี้
- ปากนกกระจอก ริมฝีปากแตก ลิ้นแดงหรืออักเสบ: อาจเกี่ยวกับการขาดบี 2, บี 3 หรือบี 6
- ชาหรือเหน็บปลายมือปลายเท้า: อาจเกี่ยวกับการขาดบี 1 หรือบี 12
- ซีด เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่มเวลาออกแรง: อาจเป็นภาวะโลหิตจางจากการขาดบี 12 หรือโฟเลต
- อ่อนเพลีย สมาธิสั้น หลงลืม หงุดหงิดง่าย: พบได้เมื่อขาดวิตามินบีหลายตัว แต่ก็พบได้ในอีกหลายสาเหตุ
ถ้ามีอาการชาต่อเนื่อง ซีด อ่อนแรง หรือเดินเซ ควรไปตรวจเลือดกับแพทย์ การซื้อวิตามินมากินเองอาจกลบอาการไว้ชั่วคราว ทำให้หาต้นเหตุจริงได้ช้าลง
ใครเสี่ยงขาดวิตามินบีมากกว่าคนอื่น
- คนกินมังสวิรัติ เจ หรือวีแกนอย่างเคร่งครัด: เพราะบี 12 มีเฉพาะในอาหารจากสัตว์
- ผู้สูงอายุ: กระเพาะหลั่งกรดน้อยลงตามวัย ทำให้ดูดซึมบี 12 จากอาหารได้ไม่ดีเท่าเดิม
- คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ: แอลกอฮอล์ลดการดูดซึมบี 1 และคนที่ดื่มหนักมักกินอาหารได้น้อยลงด้วย
- คนที่กินยาเบาหวานเมทฟอร์มิน (Metformin) หรือยาลดกรดกลุ่ม PPI ติดต่อกันนาน: ยาเหล่านี้ลดการดูดซึมบี 12 ได้
- คนที่เคยผ่าตัดกระเพาะอาหารหรือลำไส้: เช่น ผ่าตัดลดน้ำหนัก
- ผู้หญิงที่วางแผนตั้งครรภ์: ร่างกายต้องการโฟเลตเพิ่มขึ้น ควรรับคำแนะนำจากแพทย์เรื่องขนาดที่เหมาะสม
ความเพลียไม่ได้แก้ได้ด้วยเม็ดวิตามินทุกครั้ง แต่ถ้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง การตรวจให้รู้ก่อนดีกว่าการเดาแล้วกินไปเรื่อย ๆ
ขาดวิตามินบี ต้องกินอะไร อาหารใกล้ตัวที่ได้บีครบกว่าที่คิด
อาหารไทยในชีวิตประจำวันให้วิตามินบีได้เกือบครบทุกตัว ถ้ากินให้หลากหลาย ทั้งเนื้อสัตว์ ไข่ นม ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และผักใบเขียว ลองเทียบกับเมนูที่กินกันบ่อย ๆ
| กลุ่มอาหาร | ได้วิตามินบีตัวไหน | ตัวอย่างเมนูใกล้ตัว |
|---|---|---|
| เนื้อหมู | บี 1 สูงเป็นพิเศษ, บี 3, บี 6 | หมูผัดกะเพรา หมูทอดกระเทียม |
| ไข่ นม โยเกิร์ต | บี 2, บี 5, บี 7, บี 12 | ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น นมจืดแก้วเช้า |
| ปลา ไก่ ตับ | บี 3, บี 6, บี 12 และโฟเลต (ในตับ) | ปลานึ่งมะนาว ข้าวมันไก่ ตับผัดกระเทียม |
| ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ | บี 1, บี 3 | เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้องบางมื้อ |
| ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วต่าง ๆ | โฟเลต, บี 1 | น้ำเต้าหู้ แกงถั่ว เต้าหู้ผัด |
| ผักใบเขียว | โฟเลต | ผัดผักบุ้ง คะน้า บรอกโคลี ผักโขม |
| เห็ด | บี 2, บี 3, บี 5 | ต้มยำเห็ด เห็ดผัดน้ำมันหอย |
กินเจหรือมังสวิรัติ จะได้บี 12 จากไหน
บี 12 แทบไม่มีในพืช คนที่ไม่กินอาหารจากสัตว์เลยจึงต้องพึ่งอาหารที่เสริมบี 12 (Fortified food) เช่น นมถั่วเหลืองหรือซีเรียลบางชนิดที่ระบุบนฉลากว่าเสริมวิตามินบี 12 หรือกินวิตามินเสริม ส่วนคนกินมังสวิรัติที่ยังกินไข่และนมได้ จะได้บี 12 จากสองอย่างนี้
ทำอาหารยังไงไม่ให้วิตามินบีหาย
วิตามินบีละลายในน้ำ และบางตัว เช่น บี 1 และโฟเลต สลายได้เมื่อโดนความร้อนนาน การต้มผักนานแล้วเทน้ำทิ้งจึงเสียวิตามินไปกับน้ำต้มด้วย ถ้าเปลี่ยนมานึ่ง ผัดไฟแรงเร็ว ๆ หรือกินน้ำแกงด้วย จะเก็บวิตามินบีไว้ได้มากกว่า
ก่อนถามว่าควรกินวิตามินบีรวมไหม ลองดูจานข้าววันนี้ก่อนว่ามีอะไรอยู่บ้าง หลายคนอาจพบว่าแค่เพิ่มไข่ 1 ฟองกับผักอีก 1 อย่างในมื้อเที่ยง ช่องว่างก็แคบลงไปเยอะแล้ว
วิตามินบีรวม กินตอนไหนดี และกินวันละกี่เม็ด
กินวิตามินบีรวมช่วงเช้าพร้อมหรือหลังอาหาร และกินตามจำนวนเม็ดที่ระบุบนฉลาก ซึ่งส่วนใหญ่คือวันละ 1 เม็ด วิตามินบีละลายในน้ำ จึงไม่ต้องกินคู่กับมื้อที่มีไขมันเหมือนวิตามินเอ ดี อี และเค แต่บางคนกินตอนท้องว่างแล้วคลื่นไส้หรือแสบท้อง การกินพร้อมอาหารจึงช่วยลดอาการนี้ได้
เหตุผลที่หลายคนเลือกช่วงเช้า คือวิตามินบีเกี่ยวกับการเผาผลาญพลังงานของวัน และการผูกไว้กับมื้อเช้าทำให้ไม่ลืมกิน ซึ่งเรื่องกินสม่ำเสมอสำคัญกว่าการเลือกเวลาให้เป๊ะ
วันละกี่เม็ดถึงพอ
ยึดตามฉลากเป็นหลัก และไม่ควรเพิ่มจำนวนเม็ดเองเพราะคิดว่าจะได้ผลเร็วขึ้น อีกเรื่องที่คนมักลืมคือถ้ากินวิตามินรวมอยู่แล้ว ในเม็ดนั้นก็มีวิตามินบีอยู่ด้วย ควรเช็กปริมาณบนฉลากทั้งสองตัวก่อน อ่านต่อเรื่องวิธีเลือกและเวลากินที่เหมาะสมได้ในบทความ วิตามินรวม ช่วยอะไร กินตอนไหน
วิตามินบี 1-6-12 ควรกินตอนไหน
กินหลังอาหารเช่นเดียวกับบีรวม และควรกินตามขนาดและระยะเวลาที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ เพราะสูตรนี้มักมีบี 6 ในขนาดสูง ไม่เหมาะกับการกินต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีการประเมิน
กินวิตามินบีรวมทุกวัน อันตรายไหม
สำหรับคนทั่วไป การกินวิตามินบีรวมในขนาดตามฉลากทุกวันถือว่าปลอดภัย เพราะส่วนที่ร่างกายใช้ไม่หมดส่วนใหญ่จะถูกขับออกทางปัสสาวะ ข้อยกเว้นสำคัญคือการได้รับบี 6 ขนาดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องรู้ในหัวข้อถัดไป
วิตามินบีรวม ห้ามกินกับอะไร และกินเกินแล้วเป็นยังไง
วิตามินบีรวมไม่มีอาหารที่ห้ามกินคู่กันแบบเด็ดขาด แต่มี 3 เรื่องที่ควรระวัง คือการกินวิตามินซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ตัว การดื่มแอลกอฮอล์ และการกินคู่กับยาบางชนิด
กินซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ตัว
วิตามินรวม 1 เม็ด วิตามินบีรวมอีก 1 เม็ด เครื่องดื่มชูกำลังหรือเครื่องดื่มเสริมวิตามินบีอีก 1 ขวด แยกกันดูแต่ละตัวอาจไม่มาก แต่รวมกันทั้งวันอาจเกินเพดานที่ปลอดภัยได้ วิธีป้องกันง่ายที่สุดคือจดไว้ว่ากินอะไรอยู่บ้าง แล้วรวมปริมาณจากฉลาก
แอลกอฮอล์
แอลกอฮอล์ลดการดูดซึมวิตามินบี 1 และทำให้ร่างกายขับวิตามินบีบางตัวออกมากขึ้น การกินวิตามินบีรวมก่อนหรือหลังดื่มจึงไม่ได้ช่วยลบผลของแอลกอฮอล์ ทางที่ดีกว่าคือลดการดื่ม
ชาและกาแฟ
ไม่ได้เป็นของต้องห้าม แต่ชาและกาแฟปริมาณมากมีสารที่อาจรบกวนการใช้วิตามินบี 1 ได้ ถ้าดื่มเป็นประจำ ให้กินวิตามินพร้อมมื้ออาหาร แล้วค่อยดื่มกาแฟตามหลังสักพัก
ยาที่ควรถามเภสัชกรก่อน
วิตามินบีบางตัวมีปฏิกิริยากับยา เช่น บี 6 กับยาพาร์กินสันบางสูตร โฟเลตกับยากันชักบางชนิด และยาเมโธเทรกเซต (Methotrexate) ถ้ากินยาเหล่านี้หรือยาอื่นเป็นประจำ ให้นำขวดวิตามินไปถามเภสัชกรก่อนเริ่มกิน และไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง
อีกเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครบอก คือไบโอติน (บี 7) ขนาดสูงอาจทำให้ผลตรวจเลือดบางรายการคลาดเคลื่อน เช่น ค่าฮอร์โมนไทรอยด์ ก่อนตรวจเลือดจึงควรบอกแพทย์ว่ากินวิตามินอะไรอยู่บ้าง
กินวิตามินบีเกินแล้วเป็นยังไง
แม้วิตามินบีจะละลายน้ำ แต่บางตัวมีเพดานปริมาณสูงสุดต่อวันที่ไม่ควรเกิน (Tolerable Upper Intake Level หรือ UL) ตามข้อมูลของสำนักงานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH Office of Dietary Supplements) สำหรับผู้ใหญ่
- วิตามินบี 6: ไม่ควรเกิน 100 มิลลิกรัมต่อวัน การได้รับขนาดสูงต่อเนื่องอาจทำให้ปลายประสาทอักเสบ มีอาการชาปลายมือปลายเท้า ซึ่งเป็นอาการเดียวกับที่หลายคนกินวิตามินบีเพื่อแก้
- ไนอะซิน (บี 3): จากอาหารเสริมไม่ควรเกิน 35 มิลลิกรัมต่อวัน ขนาดสูงทำให้หน้าแดง ร้อนวูบวาบ คันผิว (Niacin flush)
- กรดโฟลิก (บี 9): จากอาหารเสริมไม่ควรเกิน 1,000 ไมโครกรัมต่อวัน เพราะขนาดสูงอาจบดบังอาการขาดบี 12 ทำให้ตรวจพบช้า
กินวิตามินบีแล้วฉี่เหลือง ผิดปกติไหม
ไม่ผิดปกติ สีเหลืองสดในปัสสาวะมาจากวิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ซึ่งเป็นสารสีเหลืองตามธรรมชาติ ส่วนที่ร่างกายใช้ไม่หมดจะถูกขับออกมา ไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าปัสสาวะสีเข้มร่วมกับตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปวดท้อง อาการนั้นไม่เกี่ยวกับวิตามิน ควรไปพบแพทย์
ละลายน้ำไม่ได้แปลว่าปลอดภัยทุกขนาด ความปลอดภัยของวิตามินอยู่ที่การอ่านฉลากและรู้ว่าตัวเองกินอะไรอยู่บ้าง
วิตามินบีรวมยี่ห้อไหนดี ดู 6 จุดบนฉลากแทนชื่อแบรนด์
ไม่มียี่ห้อไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน วิตามินบีรวมที่เหมาะคือตัวที่ฉลากตอบคำถามของเราได้ครบ ทั้งเรื่องส่วนประกอบ ปริมาณ ความปลอดภัย และกินต่อเนื่องได้จริง ก่อนหยิบใส่ตะกร้า ลองเช็ก 6 จุดนี้
- มีครบ 8 ตัวไหม: วิตามินบีรวมควรมีบี 1, 2, 3, 5, 6, 7, 9 และ 12 บางสูตรที่ขายในชื่อวิตามินบีมีแค่ 3 ตัว
- ปริมาณต่อเม็ดเทียบกับความต้องการต่อวัน: ถ้าไม่ได้ขาดวิตามิน สูตรที่ให้ปริมาณใกล้ความต้องการต่อวันก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเลือกสูตรขนาดสูงหลายเท่า
- บี 6 ต่อวันเท่าไร: รวมทุกแหล่งที่กินอยู่ ทั้งวิตามินรวมและเครื่องดื่มเสริมวิตามิน
- รูปแบบของบี 12 และโฟเลต: บนฉลากอาจเขียนว่า Cyanocobalamin หรือ Methylcobalamin สำหรับบี 12 และ Folic acid หรือ Folate สำหรับบี 9 รู้จักชื่อไว้จะอ่านฉลากได้ง่ายขึ้น
- เลข อย. และคำเตือนบนฉลาก: นำเลข 13 หลักไปตรวจสอบที่เว็บไซต์ของ อย. ได้ และอ่านคำเตือนให้ครบ เช่น กลุ่มที่ไม่ควรรับประทาน
- ส่วนผสมอื่นและสารที่เราแพ้: เช่น ยีสต์ ถั่วเหลือง สี กลิ่น วัตถุกันเสีย รวมถึงขนาดเม็ดว่ากลืนง่ายพอจะกินทุกวันไหม
ตัวอย่างการอ่านฉลาก: นิวทริไลท์ วิตามินบี พลัส
ลองใช้ 6 ข้อข้างบนอ่านฉลากจริงสักตัว นิวทริไลท์ วิตามินบี พลัส (Nutrilite Vitamin B Plus) ของแอมเวย์ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบเม็ดเคลือบสองชั้น บรรจุ 60 เม็ด ข้อมูลจากหน้าสินค้าของ Amway Thailand บอกไว้ดังนี้
- ข้อ 1 ครบ 8 ตัว: มีวิตามินบี 1, บี 2, บี 3 (ไนอะซิน), บี 5 (กรดแพนโทธินิค), บี 6, บี 7 (ไบโอติน), บี 9 (กรดโฟลิค/โฟเลต) และบี 12
- ข้อ 2 และ 3 ปริมาณ: กินวันละ 1 เม็ด ต่อเม็ดมีวิตามินบี 12 2 ไมโครกรัม กรดโฟลิค 0.20 มิลลิกรัม และไพริดอกซีน ไฮโดรคลอไรด์ (บี 6) 1.70 มิลลิกรัม อยู่ในระดับใกล้ความต้องการต่อวัน ไม่ใช่สูตรขนาดสูง และบี 6 ต่ำกว่าเพดาน 100 มิลลิกรัมอยู่มาก
- ข้อ 5 คำเตือน: ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่
- ข้อ 6 ส่วนผสมอื่น: มีผงยีสต์ 75 มิลลิกรัมต่อเม็ด คนที่แพ้ยีสต์ควรเลี่ยง และไม่เจือสี ไม่ใช้วัตถุแต่งกลิ่นรส ไม่ใช้วัตถุกันเสีย
ถ้าอ่านแล้วตรงกับสิ่งที่มองหา สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ด้านล่าง ส่วนใครที่กินวิตามินรวมอยู่แล้ว ลองเทียบปริมาณวิตามินบีในเม็ดเดิมก่อนตัดสินใจเพิ่ม
วิตามินบีรวมครบ 8 ชนิดในเม็ดเคลือบสองชั้น กินวันละ 1 เม็ด ดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่นี่
ดูรายละเอียดวิตามินบี พลัสยี่ห้อที่ดีที่สุดจึงไม่ได้อยู่ที่ชื่อบนขวด แต่อยู่ที่ฉลากที่ตอบเราได้ครบ และวิตามินที่เรากินต่อเนื่องได้จริงในชีวิตประจำวัน
สรุป
ความเพลียตอนบ่ายสามอาจไม่ได้แปลว่าร่างกายขาดวิตามิน อาจแปลว่าเราข้ามมื้อเช้า นอนไม่ลึก หรือจานข้าวไม่มีผักมาทั้งอาทิตย์ วิตามินบีรวมเป็นตัวช่วยที่ดีเมื่อร่างกายขาดจริง โดยเฉพาะคนในกลุ่มเสี่ยง และจะได้ผลที่สุดเมื่อใช้คู่กับอาหารที่หลากหลาย
ถ้าจะเริ่มกิน ให้เริ่มจากอ่านฉลาก กินตามขนาดที่แนะนำ ช่วงเช้าพร้อมอาหาร เช็กว่าไม่ได้กินซ้ำซ้อน และถ้ามีอาการที่ไม่หายไปสักที ไปตรวจให้รู้ต้นเหตุ ดีกว่าเดาต่อไปเรื่อย ๆ
ถ้าเช็ก 6 ข้อแล้วอยากได้วิตามินบีรวมครบ 8 ตัวในขนาดใกล้ความต้องการต่อวัน ลองดู นิวทริไลท์ วิตามินบี พลัส เป็นหนึ่งในตัวเลือก
สั่งซื้อวิตามินบี พลัสบทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลตัวเอง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีโรคประจำตัว กินยาประจำ ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินวิตามินเสริม
คำถามที่พบบ่อย
วิตามินบีรวมกับวิตามินรวมกินพร้อมกันได้ไหม?
กินได้ แต่ต้องเช็กก่อนว่าไม่เกินเพดาน เพราะวิตามินรวมส่วนใหญ่มีวิตามินบีอยู่แล้ว ให้รวมปริมาณบี 6 ไนอะซิน และกรดโฟลิกจากทั้งสองฉลาก ถ้ารวมแล้วยังอยู่ในระดับที่แนะนำก็กินคู่กันได้ ถ้าไม่แน่ใจ ถือขวดทั้งสองไปถามเภสัชกร
กินวิตามินบีรวมแล้วอ้วนไหม?
ไม่อ้วน วิตามินบีไม่มีพลังงานหรือแคลอรีในตัวเอง หน้าที่ของมันคือช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานจากอาหาร บางคนรู้สึกว่าหิวง่ายขึ้นหลังเริ่มกิน แต่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาจากปริมาณอาหารที่กิน ไม่ได้มาจากเม็ดวิตามิน
กินวิตามินบีรวมนานแค่ไหนถึงจะรู้สึกต่าง?
ถ้าร่างกายขาดจริง มักใช้เวลาเป็นสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นกับว่าขาดตัวไหนและขาดมากแค่ไหน แต่ถ้าไม่ได้ขาด อาจไม่รู้สึกอะไรต่างเลย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลว่าต้องเพิ่มขนาด
วิตามินบี 12 กับวิตามินบีรวมต่างกันยังไง?
วิตามินบี 12 คือวิตามินบีตัวเดียว เน้นดูแลเส้นประสาทและการสร้างเม็ดเลือดแดง เหมาะกับคนที่เสี่ยงขาดบี 12 โดยเฉพาะ เช่น คนกินวีแกนและผู้สูงอายุ ส่วนวิตามินบีรวมมีบีครบ 8 ตัว รวมบี 12 ด้วย ใช้เติมช่องว่างทั่วไปในอาหาร
ขาดวิตามินบี 12 ต้องกินอะไร?
กินอาหารจากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ ปลา หอย ไข่ และนม ตับเป็นแหล่งบี 12 ที่สูงมาก คนกินเจหรือวีแกนเลือกนมถั่วเหลืองหรือซีเรียลที่เสริมบี 12 หรือกินวิตามินเสริม ถ้ามีอาการชาหรือซีดร่วมด้วย ควรตรวจเลือดกับแพทย์ก่อน เพราะบางคนดูดซึมบี 12 ไม่ได้และต้องรักษาด้วยวิธีอื่น
กินวิตามินบีรวมก่อนนอนได้ไหม?
กินได้ ไม่มีข้อห้าม แต่บางคนรู้สึกตื่นตัวหรือนอนหลับยากเมื่อกินช่วงกลางคืน ถ้าเป็นแบบนั้นให้ย้ายมากินพร้อมมื้อเช้าแทน การกินเวลาเดิมทุกวันสำคัญกว่าการเลือกเวลาให้เป๊ะ
กินวิตามินบีรวมพร้อมกาแฟได้ไหม?
ได้ แต่ถ้าดื่มชาหรือกาแฟเยอะเป็นประจำ แนะนำให้กินวิตามินพร้อมอาหารก่อน แล้วค่อยดื่มกาแฟตามหลังสักพัก เพราะสารบางตัวในชาและกาแฟอาจรบกวนการใช้วิตามินบี 1 ได้
ข้อมูลอ้างอิง
เพดานบี 6 และอาการปลายประสาทอักเสบ: NIH Office of Dietary Supplements, Vitamin B6 · กลุ่มเสี่ยงขาดบี 12 และยาที่ลดการดูดซึม: NIH Office of Dietary Supplements, Vitamin B12 · เพดานไนอะซินและอาการหน้าแดง: NIH Office of Dietary Supplements, Niacin · เพดานกรดโฟลิก: NIH Office of Dietary Supplements, Folate · บี 1 และแอลกอฮอล์: NIH Office of Dietary Supplements, Thiamin · วิตามินบีละลายในน้ำและกลุ่มที่ควรเสริม: โรงพยาบาลรามาธิบดี, วิตามินเสริม วิตามินบีรวม วิตามินบี1 บี2 และวิตามินเค ทานอย่างไร · ตรวจสอบเลขผลิตภัณฑ์: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา · ข้อมูลผลิตภัณฑ์: Amway Thailand, นิวทริไลท์ วิตามินบี พลัส








